Posts

Showing posts from March, 2011

ผี! ห้องดับจิต

Image
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นดิฉันอายุประมาณ 18-19 ปี ดิฉันนับว่าเป็นเด็กแก่นแก้วคนหนึ่งมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยกลัวอะไร นิสัยของดิฉันเหมือนเด็กผู้ชาย ชอบปีนป่ายต้นไม้เล่นโดยเฉพาะต้นไม้ที่มีผลให้กินได้ อย่าง มะม่วง ชมพู่ หรือแม้กระทั่งมะขาม ก็ชอบอาสาที่จะปีนขึ้นไปเก็บผลของมัน โยนลงมาให้เพื่อนๆที่รอรับอยู่ข้างล่าง ส่วนตัวของดิฉันก็เก็บไปกินไปอยู่บนต้นนั่นเอง นิสัยแก่นแก้วแสนซนของดิฉันติดตัวมาจนถึงรุ่นสาวจนกระทั่งสอบเข้าเรียนที่วิทยาลัยพยาบาลประจำจังหวัดได้ นิสัยนั้นก็ยังไม่หาย ยังชอบปีนป่ายต้นไม้อยู่เหมือนเดิม วิทยาลัยพยาบาลแห่งนี้อยู่ติดกับโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งโดยมีรั้วกั้น ริมรั้วในโรงพยาบาลจะมีต้นมะม่วงขึ้นเรียงไปตามแนวรั้ว มีประตูเล็กๆเปิดเข้าออกระหว่างวิทยาลัยกับโรงพยาบาล รั้วที่กั้นก็เป็นรั้วปูนที่มีช่องโหว่ของรั้วด้านบน ต้นมะม่วงก็จะปลูกเรียงรายไปจนถึงตึกโบ้ย (ดับจิต) ซึ่งอยู่ถัดจากโรงอาหารไป เมื่อถึงเวลาเรียน พวกนักเรียนพยาบาลก็จะเดินเข้าทางประตูเล็ก เดินผ่านทางโรงอาหารไปจนถึงตึกโบ้ย และถัดตึกโบ้ยไปก็จะมีต้นมะม่วงอยู่ประมาณ 7-8 ต้น ที่กำลังออกผลอ่อนที่เห็นแล้วชวนให้น้ำ...

เต่าวัดพยาบาท

Image
พรานคงและคนรุ่นเก่า ๆ ให้สัจจะปฏิญาณว่า ถึงจะล่าสัตว์ก็จริง แต่จะไม่ล่าและฆ่าลิง ค่าง บ่าง ชนี เพราะสัตว์เหล่านี้เมื่อถลกหนังออกแล้ว มีสภาพคล้ายเด็กทารกแดง ๆ และเลือกไม่ฆ่า ช้าง เต่า เพราะสัตว์ที่ว่านี้ อายุยืน การฆ่าสัตว์ที่อายุยืนนั้นท่านว่า ...ชดใช้เวรใช้กรรมกันชาติตกนรกหลายขุมนัก หลายคนพูดเล่น ๆ ว่า กรรมนั้นมนุษย์สร้างกันแยะเหลือเกินมากเสียจนล้นเมืองนรกแล้ว ยังไงก็ไม่เบาบางลง ดังนั้นเมื่อมนุษย์ยังไม่วางมือจากกรรม ก็ให้กรรมนั้น จัดการลงโทษเสียแต่เมืองมนุษย์เพื่อแบ่งเบาเมืองนรกบ้าง คนที่ไม่เชื่ออาจจะหัวเราะเยอะว่างมงาย พวกโบราณล้าสมัย เป็นความเชื่อของบุคคล เพราะอะไรๆที่ถึงขั้นเป็นเวรเป็นกรรมต่อกันนั้นมักจะทันตาเห็นในชาตินี้ภพนี้นี่แหละ นายชาติมีอาชีพเก็บมะพร้าวขาย เพราะพ่อของนายชาติมีที่ดินอยู่หลายไร่ เป็นมรดกจากพ่อแม่ ทิ้งไว้ให้ การหากินเลี้ยงชีพของนายชาติจึงไม่ฝืดเคือง เขาได้แต่งงานกับสาวหมู่บ้านเดียวกันและมีลูกด้วยกัน 2 คน นิสัยของนายชาติค่อนข้างไปทางเกเร ชอบดืมเหล้าเล่นการพนัน พรรคพวกเพื่อนฝูงของนายชาติมีนิสัยคล้ายคลึงกัน เป็นความจริงที่ว่า คนดืมเหล้าเก่งมักทำอาหารเก่งและอาหารแปล...

แรงอาฆาต

Image
"ตรีณา" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกของคนไม่เชื่อเรื่องผี ดิฉันไม่เคยเชื่อว่าเรื่องภูตผีปีศาจมีจริง นอกจากเรื่องเหลวไหล ไร้สาระที่มีแต่เด็กๆ กับคนหัวโบราณ งมงายเรื่องอาถรรพณ์ ปาฏิหาริย์ จิตอ่อน อารมณ์อ่อนไหว เชื่อคนง่าย เห็นอะไรก็คิดว่าเป็นภูตผีไปหมด คนประเภทนี้มักชอบสะกดจิตตัวเอง ขาดความเข้มแข็ง เชื่อมั่น อยากเห็นในสิ่งที่ตัวเชื่อ ก็เท่านั้นเอง! แม้แต่จะได้พบกับเหตุการณ์สยดสยองด้วยตัวเองมาแล้ว ดิฉันก็ยังไม่อยากเชื่อเรื่องผี...ส่วนคำตอบแท้จริงจะเป็นอย่างไร ขอบอกว่าไม่ทราบจริงๆ ค่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลาของท่าน ดิฉันขอเล่าประสบการณ์ขนหัวลุกที่ประสบมาให้ท่านฟังเลยนะคะ เมื่อครั้งเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจรุนแรง ฟองสบู่แตกใหม่ๆ ดิฉันกับเพื่อนร่วมงานโชคดีที่บริษัทของเราเป็นปึกแผ่นมั่นคง ไม่ต้องปลดพนักงาน หรือให้พนักงานลาออกโดยมีเงินล่อใจ 6-8 เดือน ดิฉันต้องคอยปลอบใจเพื่อนๆ ที่ทำงานบริษัทอื่น...แม้แต่ทำงานแบงก์ก็ไม่วายมีผลกระทบค่ะ ไม่ทราบจะให้กำลังใจอะไรดีไปกว่า ชีวิตก็อย่างนี้แหละ! ทุกข์กับสุข สมหวังกับผิดหวัง หัวเราะและน้ำตาเป็นของคู่กันเสมอมา บางครั้งก็ปลอบว่า...ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีไว้ให้...

เรื่องผีใน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

Image
เรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวอยู่ไม่น้อย “ปาล์ม” นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาเทคโนโลยีการบริหารสิ่งแวดล้อม เล่าประสบการณ์ให้พวกเราได้ฟังกัน ปาล์ม เริ่มต้นเล่าว่า สมัยก่อนเคยได้ฟังตำนานจาก คนเก่าคนแก่ของมหาวิทยาลัยมหิดล ว่า พื้นที่ในเขต "ศาลายา" คือชื่อตำบลหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน จ.นครปฐม และปัจจุบันที่ดินส่วนหนึ่งของ ต.ศาลายา ก็เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล ในอดีตศาลายานี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งซ่องสุมโจรและเลื่องลือกันว่า "ผีดุ" มักปรากฏตัวให้ใครต่อใครเห็นอยู่เป็นประจำ ชื่อ "ศาลายา" มีเล่าต่อกันมาหลายทาง สมัยก่อนศาลายาจะเป็นชื่อที่คู่มากับ "ศาลา ทำศพ" ซึ่งมีผู้สันนิษฐานว่า แต่ก่อนสถานที่ 2 แห่งนี้ น่าจะเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนเจ็บไข้ล้มตายกันมาก จึงมีการตั้งศาลาขึ้นจ่ายยาแก่คนเจ็บเหล่านั้น และเมื่อล้มตายก็จัดการเผาศพจึงมีชื่อทั้ง "ศาลายา" และ "ศาลาทำศพ" ต่อมาเห็นว่าชื่อ "ศาลาทำศพ" ไม่เป็นมงคลจึงเปลี่ยนชื่อเป็น "ศาลาธรรมสรพณ์" และยังใช้ในปัจจุบัน ในอดีตคนเก่าแก่เล่าว่า "ศาลายา" เป็นที่เปลี่ยว ห่างไกลความเจริญม...

ไปจับผี

Image
"เด็กซน" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกเมื่อไปลองของในบ้านร้าง ผมกับเพื่อนๆ อยากรู้ว่าผีมีจริงรึเปล่า? เราจะรู้คำตอบได้ยังไงล่ะครับ ถ้าไม่ได้ไปพิสูจน์ให้แจ่มแจ้งแดงแจ๋ด้วยตัวเอง? พอดีในซอยบ้านเจ้าโอ-เพื่อนซี้ของผมก็ดันมีผีบ้านร้าง เขาลือกันว่าผีดุน่าดู คนในบ้านฆ่ากันตายเพราะความหึงหวง ไม่มีใครกล้าเฉียดใกล้บ้านนี้หรอก แต่พวกผมมีแผนสุดเจ๋ง ไอเดียกระฉูดขึ้นมา เราเรียกว่าแผนตามล่าหาผีครับ! วันที่เราเลือกปฏิบัติการคือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2549 ตรงกับวันวิสาขบูชา พระจันทร์เต็มดวงสวยแจ่ม เหลืออีกแค่สองวันเราจะเปิดเทอมขึ้น ม.6 แล้ว วีกเอ็นด์สุดท้ายนี้ขอสนุกกันให้เต็มที่ เผลอๆ ตอนไปโรงเรียนวันแรก เราจะได้มีเรื่องสยองไปโม้ให้เพื่อนๆ มันอิจฉาตาลุกกัน...เรื่องผีนี่ใครจะไม่ชอบฟังล่ะครับ? ทีมเรามีด้วยกัน 4 คน คือ ผม, โอ, เอก และมด ผมขอแม่ไปค้างบ้านโอ ซึ่งไม่ไกลจากบ้านผมนักหรอก แม่บอกว่าอย่าซนนะ! คำว่าซนของแม่สำหรับเด็กโตอย่างผมก็คืออย่าริชวนกันกินเหล้า สูบบุหรี่ หรือไปเที่ยวสถานบันเทิง แม่ไว้ใจผมได้ระดับหนึ่ง เพราะรู้ว่าผมไม่ชอบเรื่องแบบนั้น และรู้ด้วยว่าแก๊งผมน่ะชอบทำอะไร...

เงาสยอง

Image
"ชายน้อย" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากหน้าต่างข้างบ้าน บ้านที่อยู่ตรงข้ามบ้านผมนั้น มีบานหน้าต่างที่สวยมากครับ เขาติดกระจกสี มีสีเหลือง แดง เขียว ฟ้า เวลาเปิดไฟในห้อง แสงไฟจะส่องผ่านกระจกออกมาดูลานตา ผมมองไม่เบื่อเลยแทบทุกคืน มันเป็นหน้าต่างรูปโค้งกว้างใหญ่ บนชั้นสอง ซึ่งผมรู้ว่าเป็นห้องนอนของลูกสาวเจ้าของบ้านน่ะครับ เสียดายแต่ตอนหลังๆ นี้ ไฟในห้องนั้นไม่ค่อยได้เปิด บางวันมันมืด เหงา เห็นแล้ววังเวงใจชอบกล ผมได้ข่าวว่าเจ้าของห้องมีเรื่องทุกข์ใจหนักหนาสาหัสเชียว! กรุณาอย่าคิดว่าผมหลงเสน่ห์สาวสวย เจ้าของห้องนอนกระจกสีนะครับ เธอเป็นนักศึกษาปี 4 ส่วนผมน่ะแค่เด็กม.3 เท่านั้น แหม! รุ่นใหญ่กว่าเยอะเลย ไม่คิดจะข้ามรุ่นหรอกฮะ! ผมเรียกเธอว่าพี่ปู (คนสวย) เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณป้าปุ๊กับคุณลุงอุดม เพื่อนบ้านที่สนิทกับครอบครัวผมอย่างดี พี่ปูเรียนเก่งมาก ถึงจะเป็นคนสวยแต่ก็คร่ำเคร่งกับการเรียน ผมไม่เคยเห็นพี่ปูไปเที่ยวที่ไหนเลย ตอนเช้าไปมหาวิทยาลัย ตอนเย็นกลับมาแทบตรงเวลาเป๊ะทุกวัน ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน พอค่ำลง หน้าต่างห้องพี่ปูก็ดูสวยด้วยสีแพรวพราว! หน้าต่างแบบนี้เสียอย่างเดียว คือคนภายนอ...